วัดธรรมมงคล แผนกตัดเย็บ [จีวร] :: ผ้าไตรจีวร สังฆาฏิ สบง ผ้าอาบน้ำฝน ฯลฯ

วัดธรรมมงคล แผนกตัดเย็บ [จีวร] :: ผ้าไตรจีวร สังฆาฏิ สบง อังสะ ผ้าอาบน้ำฝน ประคตเอว ฯลฯ ได้ที่นี่..
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 ที่มาของจีวร

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 35
Join date : 05/08/2009
ที่อยู่ : วัดธรรมมงคล แผนกตัดเย็บ[จีวร]

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ที่มาของจีวร   Thu Aug 06, 2009 10:51 am

ที่มาของจีวร ลายคันนาบนจีวร

จีวร เป็นชื่อเรียกผ้าที่พระสงฆ์ใช้สอย คำว่า ไตรจีวร หมายถึงผ้า ๓ ผืน ซึ่งมีทั้งผ้านุ่งและผ้าห่ม
จีวรเป็นปัจจัยหรือบริขารของพระสงฆ์อย่างหนึ่งในจำนวน ๔ อย่าง นอกจากนี้คำว่า “จีวร” ยังใช้หมายถึงเฉพาะผ้าห่มของพระสงฆ์อย่างเดียวก็ได้ เช่น จีวร ที่ใช้ในความหมายว่าผ้าห่มอย่างเดียว มีชื่อเรียกเฉพาะว่าอุตราสงค์

ลายคันนาบนจีวร
จีวรของพระสงฆ์ ประกอบด้วยผ้า ที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆมาต่อกัน จึงมีลักษณะเป็นผ้าที่เศร้าหมอง คือ ผู้อื่นมักไม่ต้องการไปตัดเย็บอีก เหมาะสมกับสมณะ

ผ้าสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆที่เย็บต่อกันนั้น ปรากฏลวดลายเป็นลายคันนา ออกแบบโดยพระอานนท์ ดังปรากฏข้อความในพระวินัยปิฎก ว่า
“อานนท์เธอเห็นนาของชาวมคธ ซึ่งเขาพูนดิน ขึ้นเป็นคันนาสี่เหลี่ยม พูนคันนายาวทั้งด้านยาวและด้านกว้าง พูนคันนาคั่นในระหว่างๆ ด้วยคันนาสั้นๆ พูนคันนาเชื่อมกันทาง ๔ แพร่ง ตามที่ซึ่ง คันนากับคันนา ผ่านตัดกันไปหรือไม่ ...เธอสามารถแต่งจีวรของภิกษุทั้งหลาย ให้มีรูปอย่างนั้นได้หรือไม”

พระอานนท์ตอบว่า “สามารถ พระพุทธเจ้าข้า”

ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ทักขิณาคิรีชนบทตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จกลับมาพระนครราชคฤห์อีก ครั้งนั้นท่านพระอานนท์แต่งจีวรสำหรับภิกษุหลายรูป ครั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคได้กราบทูลว่า
“ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงทอดพระเนตรจีวรที่ข้าพระพุทธเจ้าแต่งแล้ว พระพุทธเจ้าข้า”

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานนท์เป็นคนฉลาด อานนท์ได้ซาบซึ้ง ถึงเนื้อความแห่งถ้อยคำที่เรากล่าวย่อ ได้โดยกว้างขวาง ...จีวรจักเป็นผ้าที่ตัดแล้ว เศร้าหมองด้วยศัสตรา สมควรแก่สมณะ และพวกศัตรูไม่ต้องการ”

หลังจากพระอานนท์ถวายจีวรที่ตัดแต่งแล้ว ให้ทอดพระเนตร พระพุทธองค์ทรงพอพระทัย และอนุญาตให้ใช้ ผ้า ๓ ผืน คือ สังฆาฏิชั้นเดียว จีวร และสบง
ต่อมาทรงอนุญาต ไตรจีวร คือ ผ้าสังฆาฏิสองชั้น จีวร และสบง ทั้งนี้เพื่อให้พระสงฆ์ ใช้ป้องกันความหนาวเย็น และรับสั่งว่า ภิกษุไม่พึงมีจีวรมากกว่านี้ (รูปใดมีมากกว่านี้ เป็นอาบัติ)

อติเรกจีวร คือ จีวรที่มีเกินกว่าผ้าที่อธิษฐานเป็นไตรจีวร ตามพระวินัย ภิกษุสามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน ๑๐ วันและสามารถทำเป็น วิกัปอติเรกจีวร คือ ทำให้เป็นสองเจ้าของ เพื่อจะได้ไม่ต้องอาบัติ เพราะเก็บไว้เกินกำหนด

ความเป็นมาของเรื่องอติเรกจีวรนี้ เนื่องจากมีผู้ถวายจีวรแก่พระอานนท์ แล้วท่านประสงค์จะเก็บไว้ ถวายพระสารีบุตร ซึ่งขณะนั้นอยู่ต่างเมือง ประมาณ ๑๐ วัน จึงจะเดินทางมาถึง พระอานนท์ได้เข้าไป ทูลถามพระพุทธองค์ว่า จะปฏิบัติอย่างไร กับอติเรกจีวรดี จึงทรงมีพุทธบัญญัติ ให้เก็บรักษาอติเรกจีวร ไว้ได้ไม่เกิน ๑๐ วัน


ผ้าที่ใช้ทอจีวร

สมัยต่อมา มีจีวรหลายประเภทเกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลายไม่แน่ใจว่า จีวรชนิดใดที่ทรงอนุญาต จึงกราบทูลเรื่องนั้นต่อพระศาสดา พระพุทธองค์ทรงอนุญาตจีวร ๖ ชนิด คือ
จีวรทำด้วยเปลือกไม้
จีวรทำด้วยฝ้าย
จีวรทำด้วยไหม
จีวรทำด้วยขนสัตว์
จีวรทำด้วยป่าน
จีวรทำด้วยของเจือกัน
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://lunawatdham.niceboard.net
 
ที่มาของจีวร
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
วัดธรรมมงคล แผนกตัดเย็บ [จีวร] :: ผ้าไตรจีวร สังฆาฏิ สบง ผ้าอาบน้ำฝน ฯลฯ  :: -::- Support by Admin -::- :: สอบถามรายละเอียดต่างๆ ที่นี่-
ไปที่: